รหัสเอกสาร C01
ชื่อทุนทางวัฒนธรรม ผ้าทอโคราช

หมวดหมู่หลัก

สวยดี๋ (หัตถกรรม/ช่างฝีมือ)

สถานที่ตั้ง (ถ้ามี):

พบได้ทั่วไปในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา

พิกัด (ถ้าทราบ):

-

 
ลักษณะเด่นโดยสังเขป การทอผ้าเป็นศิลปพื้นบ้านที่มีมาแต่ครั้งโบราณ สืบทอดจากบรรพบุรุษสู่ลูกหลาน ไม่มีผู้ใดทราบทว่าเริ่มมีมาแต่เมื่อใด การทอผ้าโคราชสมัยก่อนจะทอกันในครอบครัว โดยทออยู่ใต้ถุนบ้าน ไม่มีโรงงานดังเช่นปัจจุบัน เมื่อผ้าไหมได้รับความนิยมกันมากขึ้น จึงมีการผลิตออกจำหน่าย กระบวนการผลิตและเครื่องมือที่ใช้ทอได้รับการพัฒนาให้ดีขึ้น ทอได้รวดเร็วสามารถผลิตได้จำนวน มากจนสามารถนำมาขายเป็นสินค้าส่งออกได้ กระบวนการทอผ้า การทอผ้ามีขั้นตอนย่อๆ ดังต่อไปนี้ คือ
1. การเลือกเส้นใยที่ใช้ทอ
2. การฟอก
3. การย้อม
4. การทอ
  การเลือกเส้นใยที่ใช้ทอ
เส้นใยที่ใช้ทอผ้า มีทั้งเส้นใยที่ได้จากสัตว์ พืชและเส้นใยสังเคราะห์ ผ้าโคราชส่วนมากใช้เส้นใยไหม ซึ่งเป็นเส้นใยจากสัตว์ บางท้องที่เช่นที่อำเภอสีคิ้ว ใช้ฝ้ายซึ่งเป็นเส้นใยพืช บางแห่งไม่ใช้เส้นใยไหมหรือเส้นใยพืช หันมาใช้เส้นใยสังเคราะห์ เช่น ฝ้ายโทเรแทน

เส้นใยไหมที่ใช้ทอผ้าประกอบด้วยเส้นใย 2 เส้น คือ เส้นไหมยืน และ เส้นไหมพุ่ง
  การฟอกไหม คือ การนำเอาไหมดิบที่จะใช้เป็นทั้งเส้นยืนและเส้นพุ่ง มาล้างกาวที่ติดอยู่กับเส้นไหมออกให้สะอาดก่อนนำไปย้อมสี การฟอกโดยใช้สารเคมีเป็นวิธีที่ใช้ฟอกกันอยู่ในปัจจุบัน ใช้เวลาน้อยกว่าการฟอกแบบดั้งเดิม
  การย้อมไหม ต้องพิถีพิถันมาก หากย้อมไม่ดีสีตก เมื่อนำผ้าไปซักเนื้อผ้าจะด่างลายผ้าจะเลอะเทอะ ความงามของผ้าด้อยลงอย่างน่าเสียดาย การย้อมสีด้วยสีเคมี มีข้อแนะนำในการย้อม เขียนกำกับไว้หน้าซองสี ควรศึกษาวิธีย้อมให้เข้าใจอย่างดีเสียก่อน จึงลงมือย่อม
  การทอ
เนื้อผ้าเกิดจากการใช้ไหม 2 เส้น สานกันไปมา ซึ่งเรียกกันทั่วไปว่าการทอผ้า การใช้เส้นไหมพุ่งสอดเข้าไประหว่างเส้นยืนที่ถูกแยกออกเป็นช่องด้วยการเหยียมตะกอ (ภาษาลาวเรียกว่า เขา) แล้วใช้ฟันฟืมกระทบเส้นพุ่งให้ติดกันทีละเส้นๆ จนกลายเป็นเนื้อผ้า ก่อนนำเส้นไหมยืนสอดเข้าฟันฟืม ต้องนำไปลงแป้งก่อนเพื่อให้เส้นไหมกลม ไม่เป็นขุยสะดวกต่อการกรอ การปั่น และการทอ
  วิธีค้นหูก
1. นำเส้นไหมที่ลงแป้งมาปั่นใส่หลอดไหม ใช้หลอดเอสลอน (ESLON) ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ½ นิ้ว ถึง 3 นิ้ว ยาวประมาณ 6 นิ้ว
2. นำไปสาวใส่หลักค้นหูก เพื่อให้ได้เส้นไหมยืนเท่ากับความกว้างของหน้าฟืม และความยาวของผ้าตามต้องการ เช่น ตามโรงงานทอผ้าบางแห่งค้นหูกที่มีเส้นยืนยาวถึง 100 – 300 เมตร
3. ถอดไหมออกจากหลักค้น ไหมที่ถอดออกจากหลักค้นทั้งหมดนี้เรียกว่า เครือหูก นำเครือหูกไปสอดฟันหวี (ฟันฟืม)
  การสอดฟันหวี คือการนำไหมที่ค้นไว้แล้วสอดเข้าไปในฟันฟืมอาจจะเป็นฟันไม้หรือฟัน เหล็กก็ได้ที่ละเส้นๆ จนเต็มหน้าฟืม ฟืมหนึ่งฟืม (ดาง) อาจจะมีฟันถึง 1900 – 2000 ซี เมื่อสอดฟันหวีเสร็จจึงนำไปเก็บ
  ตะกอหรือเขา ทำด้วยด้าย มีลักษณะเป็นต้บ ๆ ซึ่งอาจจะมี 2,3 และ 4 ตับ เรียกว่า 2 ตะกอ, 3 ตะกอ, 4 ตะกอ เป็นเครื่องมือที่ใช้เชือกผูกคล้องกับไม้ ใช้เท้าเหยียบเพื่อให้เส้นไหมยืนแยกออกขึ้นลงสลับกัน เพื่อสอดกระสวยเส้นพุ่งผ่านไปมา
  การนำเครือหูกขึ้นกี่
การนำเครือหูกที่สอดฟันฟืมเก็บตะกอเสร็จแล้วขึ้นไปกางบนกี่ อาจใช้กี่กระตุกหรือกี่ทอมือก็ได้ เป็นขั้นตอนสุดท้ายของการเตรียมเส้นไหมยืนเพื่อรอการทอผ้า
ประวัติโดยย่อ/ช่วงเวลาที่สำคัญ -
 
สถานะปัจจุบันของทุนวัฒนธรรม ยังคงดำเนินอยู่/ใช้งานปกติ
 
แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม ของดีโคราช เล่มที่ 3 สาขา คหกรรมศิลป์
หมายเหตุ -
 
 
โครงการวิจัย โคราช อย่าง ดี๋ การส่งเสริมและยกระดับทุนทางวัฒนธรรมเพื่อการขับเคลื่อนเมืองนครราชสีมา
สนับสนุนโดย หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.)
ขับเคลื่อนโดย มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา