 |
|
| |
| |
 |
| |
| รหัสเอกสาร |
B01 |
| ชื่อทุนทางวัฒนธรรม |
เพลงโคราช |
หมวดหมู่หลัก |
สนุกดี๋ (ศิลปะการแสดง วิถีชีวิต) |
| สถานที่ตั้ง (ถ้ามี): |
พบได้ทั่วไปในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา |
| พิกัด (ถ้าทราบ): |
- |
|
| |
 |
| |
 |
| ลักษณะเด่นโดยสังเขป |
เพลงพื้นบ้านของชาวนครราชสีมา มีหลายอย่าง เช่น เพลงกล่อมลูก เพลงกลองยาว(เถิดเทิง) เพลงเซิ้งบั้งไฟ เพลงแห่นางแมว เพลงปี่แก้ว เพลงหม่งเหม่ง เพลงลากไม้ เพลงเชิด เพลงช้าเจ้าหงส์ดงลำไย แต่เพลงที่เล่นกันแพร่หลาย และมีอายุยืนยาวมาจนถึงปัจจุบันนี้คือ เพลงโคราช รูปแบบของกลอนเพลงโคราช มีแบบที่ยืดหยุ่นได้บ้างตามลักษณะของเพลงพื้นบ้าน แต่มีกำหนดจังหวะสัมผัสสระและคำแน่นอนรัดกุม บางครั้ง จะได้ยินข้อความสั้น บางครั้งก็ยาว ทั้งนี้เพราะกลอนเพลงมีหลายรูปแบบ เช่น เพลงคู่สอง เพลงคู่สี่ เพลงคู่หก เพลงคู่แปด และเพลงคู่สิบสอง หมอเพลงรุ่นเก่ามักเล่นคู่หก เพราะกำลังเหมาะในด้านจังหวะและเนื้อความถ้าเล่นเพลงยาว ๆ เช่น เพลงคู่สิบสอง มักเล่นคำ เล่นสัมผัสทำให้ใจความไม่เด่น |
| ประวัติโดยย่อ/ช่วงเวลาที่สำคัญ |
เพลงโคราชจะเริ่มเล่นตั้งแต่เมื่อใด ไม่ปรากฏหลักฐานที่แน่ชัด หลักฐานจากคำบอกเล่าต่อ ๆ กันมา มีเพียงว่า สมัยท้าวสุรนารี (คุณย่าโม) ยังมีชีวิตอยู่ (พ.ศ. 2313 ถึง 2395) ท่านชอบเพลงโคราชมาก เรื่องราวของเพลงโคราชได้ปรากฏหลักฐานชัดเจน คือในปี พ.ศ. 2456 ที่สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระราชชนนีพันปีหลวงเสด็จมานครราชสีมาทรงเปิดถนนจอมสุรางค์ยาตร์ และเสด็จไปพิมาย ในโอกาสรับเสด็จครั้งนั้นหมอเพลงชายรุ่นเก่าชื่อเสียงโด่งดังมาก ชื่อนายหรี่ บ้านสวนข่า ได้มีโอกาสเล่นเพลงโคราชถวายเพลงที่เล่นใช้เพลงหลัก เช่น กลอนเพลงที่ว่า
_"ข้าพเจ้านายหรี่ อยู่บุรีโคราช เป็นนักเลงเพลงหัดบ่าวพระยากำแหงฯ
_เจ้าคุณเทศาท่านตั้งให้เป็นขุนนาง...ตำแหน่ง"
ความอีกตอนเอ่ยถึงการรับเสด็จว่า
"ได้สดับว่าจะรับเสด็จเพื่อเฉลิมพระเดชพระจอมแผ่นดินโห่สามรา ฮาสามหลั่นเสียงสนั่น...ธานินทร์" (สมเด็จพระพันปีหลวง ทรงเป็นผู้บังคับการพิเศษประจำกรมทหารม้านครราชสีมา จนถึง พ.ศ. 2462 เมื่อเสด็จมานครราชสีมา นายหรี่ สวนข่า ก็มีโอกาสเล่นเพลงถวาย)
เพลงโคราชมีโอกาสเล่นถวายหน้าพระที่นั่งในงานชุมนุมลูกเสือครั้งที่ 1 ในนามการแสดงมหรสพของมณฑลนครราชสีมา เกี่ยวกับกำเนิดของเพลงโคราช มีทั้งที่เป็นคำเล่าและตำนานหลักฐานจากคำบอกเล่าของหมอเพลงอีกจำนวนหนึ่งเล่าต่อ ๆ กันมาว่า ในสมัยรัตนโกสินทร์มีสงครามระหว่างไทย กับเขมร เมื่อไทยชนะสงครามเขมรครั้งไร ชาวบ้านจะมีการเฉลิมฉลองชัยชนะ ด้วยการขับร้องและร่ายรำกันในหมู่บ้านสกที่เขาเรียกว่า "ซุมบ้านสก" ใกล้ ๆ กับชุมทางรถไฟ ถนนจิระ และเริ่มเล่นเพลงโคราชกันที่หมู่บ้านนี้ ท่าทางการรำรุกรำถอย และการป้องหู มีผู้สันนิษฐานว่าประยุกต์มาจากการเล่นเจรียง ที่เป็นเพลงพื้นบ้านของชาวสุรินทร์ ผสมผสานกับเพลงทรงเครื่องของภาคกลาง
|
|
| |
 |
| สถานะปัจจุบันของทุนวัฒนธรรม |
ยังคงดำเนินอยู่/ใช้งานปกติ |
|
| |
 |
| แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม |
ของดีโคราช เล่มที่ 3 สาขา คหกรรมศิลป์ |
| หมายเหตุ |
- |
|
 |
| |
| |
โครงการวิจัย โคราช อย่าง ดี๋ การส่งเสริมและยกระดับทุนทางวัฒนธรรมเพื่อการขับเคลื่อนเมืองนครราชสีมา สนับสนุนโดย หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) ขับเคลื่อนโดย มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา |
| |