 |
|
| |
| |
 |
| |
| รหัสเอกสาร |
B03 |
| ชื่อทุนทางวัฒนธรรม |
มโหรีโคราช |
หมวดหมู่หลัก |
สนุกดี๋ (ศิลปะการแสดง วิถีชีวิต) |
| สถานที่ตั้ง (ถ้ามี): |
พบได้ทั่วไปในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา |
| พิกัด (ถ้าทราบ): |
- |
|
| |
 |
 |
| ลักษณะเด่นโดยสังเขป |
ดนตรีพื้นบ้านมีความสัมพันธ์กับวิถีชีวิตของชาวบ้าน มีบทบาททั้งในด้านที่เป็นสื่อบันเทิงทางใจของคนในสังคม ให้ผ่อนคลายความเหน็ดเหนื่อยจากการทำงาน และยังเป็นเครื่องประกอบพิธีกรรมทางศาสนา และพิธีกรรมที่เกิดขึ้นแต่ละช่วงชีวิตของชาวบ้าน สะท้อนถึงความคิดสร้างสรรค์ของบุคคล หรือกลุ่มชน ในระยะเวลาต่าง ๆ ซึ่งแต่ละกลุ่มชนยังรักษาไว้และนิยมเล่นกันอยู่ในปัจจุบัน ดนตรีพื้นบ้านตามท้องถิ่นแต่ละกลุ่มชนที่ปรากฏ ได้แก่
ภาคใต้ มีวงกาหลอ วงปี่พาทย์ชาตรี
ภาคเหนือ มีวงซอพื้นเมืองประกอบด้วยปี่ขนาดต่าง ๆ รวมเรียกว่าปี่จุม ซึง สะล้อ กับเครื่องกำกับจังหวะ เช่น ฉิ่ง ฉาบ กลอง
ภาคอีสาน มีวงดนตรีที่ใช้ในการบรรเลง ได้แก่ วงโปงลาง วงแคน วงกันตรึม วงมโหรี และยังแบ่งดนตรีตามกลุ่มวัฒนธรรมได้ 3 กลุ่ม ดังนี้
1. ดนตรีกลุ่มวัฒนธรรม หมอลำเป็นกลุ่มใหญ่ที่สุดของชาวอีสานมีการขับร้องเรียกว่าลำ โดยมีแคนเป่าประสานเสียง
2. ดนตรีกลุ่มวัฒนธรรมโคราช เป็นการขับร้องโต้ตอบกันระหว่างหมอเพลงชายหญิงไม่มีเครื่องดนตรีบรรเลงประกอบ
3. ดนตรีกลุ่มวัฒนธรรมกันตรึม เป็นดนตรีของชาวสุรินทร์ บุรีรัมย์ และศรีสะเกษ ที่มีเชื้อสายชาวเขมร มีการขับร้องที่เรียกว่า เจรียง และมีดนตรีประกอบการบรรเลง เช่น วงกันตรึม วงพิณพาทย์และวงมโหรี
มโหรีภาคอีสานพบว่านิยมเล่นกันส่วนมากในเขตอีสานใต้ อันได้แก่บริเวณจังหวัดนครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ โดยใช้เครื่องดนตรีซึ่งประกอบด้วยปี่เหมือนปี่นอก ของภาคกลาง ซออู้ ซอด้วง พิณ กลอง ฉิ่ง และฉาบ เพลงที่นิยมเล่นเรียกว่าเพลงมโหรี
|
| ประวัติโดยย่อ/ช่วงเวลาที่สำคัญ |
มโหรีเป็นวงเครื่องดีด สี ที่พวกขอมคิดประดิษฐ์ค้น ไทยรับแบบอย่างและแก้ไข ต่อมา เดิมผู้ชายเล่นต่อมาจึงหัดผู้หญิงเล่นมโหรี และได้กลายเป็นวงมโหรีที่มีผู้หญิงเล่นมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ในสมัยโบราณใช้เรียกชื่อวงบรรเลงทั่วไป วงเครื่องสายก็เรียกว่า มโหรีเครื่องสาย วงปี่พาทย์ก็เรียกว่า มโหรีปี่พาทย์ แต่ปัจจุบันคำว่ามโหรีใช้เรียกเฉพาะการบรรเลงที่มีเครื่องสายกับวงปี่พาทย์ผสมกัน
มโหรีในภาคอีสานนิยมเล่นกันส่วนมากในเขตอีสานใต้ อันได้แก่ บริเวณจังหวัดนครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ ตลอดจนแพร่เข้าสู่จังหวัดใกล้เคียง จากการศึกษาเกี่ยวกับดนตรีพื้นบ้านอีสานของเจริญชัย ชนไพโรจน์ พบว่าในอีสานเหนือ ก็มีวงมโหรีเช่นเดียวกับอีสานใต้ ซึ่งประกอบด้วยปี่เหมือนปี่นอกของภาคกลาง มีซออู้ พิณ กลอง ฉิ่ง และฉาบ เพลงที่นิยมเล่นเรียกว่า เพลงมโหรี แสดงให้เห็นว่ามโหรีพื้นบ้านมีที่อีสานใต้ก่อนที่จะแพร่กระจายไปสู่อีสานเหนือ
จังหวัดนครราชสีมาอยู่ในเขตอีสานใต้มีวงมโหรีบรรเลงสืบต่อกันมาเป็นเวลานาน ใช้บรรเลงในงานแห่บุญประเพณีต่าง ๆ ลักษณะมโหรีที่ใช้บรรเลงนั้น เป็นลักษณะของมโหรีพื้นบ้าน ส่วนใหญ่จะประกอบด้วยเครื่องดนตรีประเภท ปี่ ซอ กลอง ฉิ่ง และฉาบ
|
|
| |
 |
| สถานะปัจจุบันของทุนวัฒนธรรม |
ยังคงดำเนินอยู่/ใช้งานปกติ |
|
| |
 |
| แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม |
ของดีโคราช เล่ม 3 สาขากีฬาและนันทนาการ |
| หมายเหตุ |
- |
|
 |
| |
| |
โครงการวิจัย โคราช อย่าง ดี๋ การส่งเสริมและยกระดับทุนทางวัฒนธรรมเพื่อการขับเคลื่อนเมืองนครราชสีมา สนับสนุนโดย หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) ขับเคลื่อนโดย มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา |
| |