 |
|
| |
| |
 |
| |
| รหัสเอกสาร |
B04 |
| ชื่อทุนทางวัฒนธรรม |
เพลงช้าเจ้าหงส์ดงลำไย |
หมวดหมู่หลัก |
สนุกดี๋ (ศิลปะการแสดง วิถีชีวิต) |
| สถานที่ตั้ง (ถ้ามี): |
พบได้ทั่วไปในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา |
| พิกัด (ถ้าทราบ): |
- |
|
| |
 |
| ลักษณะเด่นโดยสังเขป |
เพลงเจ้าหงส์ดงลำไยนั้น เอื้อน อินทรประวัติ กล่าวว่า น่าจะมาจากคำสร้อยของบทเพลง เพราะการเล่นเพลงช้าเจ้าหงส์ดงลำไยจะต้องร้องสร้อยก่อนว่า "ช้า ช้า เจ้าพระยาหงส์ ปีกเจ้าอ่อนร่อนลง เข้าในดงลำไย" หรือ "ช้า ช้า เจ้าหงส์เอยแขนเจ้าอ่อนร่อนลงเอ๋ย...เข้าในดงลำไย ปีกเจ้าล้าถลาลงเข้าในดงลำไย" หรือบางครั้งอาจจะขึ้นสร้อยสั้น ๆ ว่า "ดงไหนเอย เอ้อ เอ๊ย ลำไย ดงไหนเอย เอ้อเอ๊ย ลำไย" เมื่อขึ้นสร้อยจบแล้วหมอเพลงก็จะร้องเนื้อเพลง เมื่อจบแต่ละคำกลอน ลูกคู่ก็จะรับสร้อยทุกคำกลอนว่า "ดงไหนเอย เอ้อ เอ๊ย ลำไย" เมื่อหมอเพลงร้องกลอนจบแต่ละบทแล้ว (ซึ่งอาจจะมี 4 คำกลอนถึง 6 คำกลอน แล้วแต่ความสามารถของหมอเพลง หรืออาจจะว่าไปจนจะจบเนื้อหาของแต่ละบท) ก็จะมีการลงกลอนเพื่อเป็นการบอกเป็นการบอกให้อีกฝ่ายรู้ว่าจบเนื้อร้องแล้ว ด้วยสร้อยรับว่า "ดงไหนเอย เอ่ย เอ๊ย ลำไย หอมหวนอยู่ในดงเอย ดงเอย... ลำไย หอมหวนอยู่ในดงเอย" หรือ "ดงไหนเอย เอ้อ เอ๊ย ลำไย หอมนักอยู่ในดงเอย ดงเอย ลำไย ทอดยอดอยู่ในดงเอย" ซึ่งข้อสันนิษฐานนี้ตรงกับข้อคิดเห็นของสงวน พหุลรัต และนกกระจิบ ทูนจะบก |
| ประวัติโดยย่อ/ช่วงเวลาที่สำคัญ |
เพลงช้าเจ้าหงส์ดงลำไย เคยเป็นเพลงพื้นบ้านของชาวนครราชสีมา นิยมเล่นกันในท้องที่ต่าง ๆ ในเขตจังหวัดนครราชสีมา เป็นเวลานานมาแล้ว ในลักษณะของเพลงปฏิพากย์จากการค้นคว้าของขุนสุบงกชศึกษากร กล่าวว่า เพลงช้าเจ้าหงส์ดงลำไย เล่นแพร่หลายมากที่นครราชสีมา ในรัชกาลที่ 5-6 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ จากการศึกษาของฉวีวรรณ รายณะสุขและจากคำบอกเล่าของ สงวน พหุลรัต นกกระจิบ ทูนจะบก ประคอง อ่องจะบก และ รัฐจวน คำมี สรุปได้ว่า เพลงช้าเจ้าหงส์ดงลำไยมีเล่นในเขตจังหวัดนครราชสีมา มากกว่าร้อยปีมาแล้ว ซึ่งมีชื่อคล้ายกับเพลงช้าเจ้าหงส์ของภาคกลาง แต่ไม่พบรายละเอียดว่าเพลงช้า เจ้าหงส์ดงลำไยของชาวโคราช กับช้าเจ้าหงส์ของภาคกลางมีความเป็นมาอย่างไร และเคยร้อง เล่นในเขตอำเภอเมือง อำเภอสีคิ้ว อำเภอโชคชัย อำเภอด่านขุนทด เป็นต้น โดยเฉพาะ ที่อำเภอสีคิ้ว มีชื่อหมู่บ้าน ชื่อบ้านบุ่งลำไย ก็ทราบว่าผู้สูงอายุบางคนพอจะร้องเพลงช้าเจ้าหงส์ ดงลำไยได้ ปัจจุบันเพลงนี้ตายไปจากความทรงจำของชาวโคราชแล้ว จึงเสนอเรื่องราวของ เพลงนี้ขึ้นเพื่อเตือนความทรงจำของชาวโคราชว่าเคยมีเพลงปฏิพากย์ ซึ่งเป็นเพลงร้องโต้ตอบกัน ระหว่างชายหญิงนอกเหนือไปจากการเล่นเพลงโคราชที่ยังเหลืออยู่ในปัจจุบัน |
|
| |
 |
| สถานะปัจจุบันของทุนวัฒนธรรม |
ยังคงดำเนินอยู่/ใช้งานปกติ |
|
| |
 |
| แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม |
ของดีโคราช เล่มที่ 3 สาขา คหกรรมศิลป์ |
| หมายเหตุ |
- |
|
 |
| |
| |
โครงการวิจัย โคราช อย่าง ดี๋ การส่งเสริมและยกระดับทุนทางวัฒนธรรมเพื่อการขับเคลื่อนเมืองนครราชสีมา สนับสนุนโดย หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) ขับเคลื่อนโดย มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา |
| |