| ลักษณะเด่นโดยสังเขป |
การจักสานจากไม้ไผ่นั้นสามารถ นำมาดัดแปลงทำเครื่องใช้ได้หลายอย่าง สาเหตุสำคัญที่นิยมนำเอาไม้ไผ่มา จักสานก็เพราะว่าไม้ไผ่หาง่าย ไม้แปรรูปได้ง่ายมีความเหนียวสามารถจักเหลาแต่งได้หลายขนาด ง่ายแก่การตัดแต่งง่ายต่อการนำมาประกอบกันเป็นรูปทรงตามที่ต้องการ |
| |
แหล่งผลิต
การจักสานจากไม้ไผ่นั้น หมู่บ้านที่ยึดเป็นอาชีพหลักหรืออาชีพรองนิยมผลิตเป็นเครื่องใช้อย่างเดียวกัน เช่น
บ้านหนองหว้า ตำบลด่านคล้า อำเภอโนนสูง สานกระบุงหรือกระเชอ
บ้านหนองโจด ตำบลโตนด อำเภอโนนสูง สานกระด้ง
บ้านโตนด ตำบลบ้านโพธิ์ อำเภอเมือง สานกระด้งและกระเชอ
บ้านกุดสวาย ตำบลพลับพลา อำเภอโชคชัย สานไซดักปลา
นอกจากหมู่บ้านดังกล่าวหมู่บ้านอื่นก็มีงานจักสานเช่นกัน แต่ส่วนใหญ่ทำพอได้ใช้ภายในครอบครัว ไม่ได้ทำเป็นอาชีพหลักเช่นเดียวกันกับหมู่บ้านดังกล่าว
การจักสานจากไม้ไผ่ที่จะกล่าวถึงนี้ จะขอพูดเฉพาะเรื่องสานกระบุงหรือกระเชอ
และการสานไซเท่านั้น ว่ามีขั้นตอนหรือกรรมวิธีอย่างไร
|
| |
การสานกระเชอหรือกระบุง
กระบุง (โคราชเรียกกระเชอ) เป็นภาชนะที่ใช้สำหรับการใส่ของชนิดหนึ่ง นิยมใช้เป็นคู่ และหาบด้วยไม้คาน
|
| |
การสานหรือการถักไซ
ไซเป็นเครื่องมือจับสัตว์น้ำชนิดหนึ่ง ซึ่งยังมีใช้กันอยู่ทั่วไปในหมู่ชาวชนบท บ้านกุดสวาย ตำบลพลับพลา อำเภอโชคชัย จังหวัดนครราชสีมา เป็นหมู่บ้านที่ทำเครื่องมือจับสัตว์น้ำจำหน่าย ซึ่งถ่ายทอดมาจากบรรพบุรุษมาจนถึงปัจจุบันนอกจากงานถักไซหรือสานไซแล้วหมู่บ้านกุดสวายยังสาน ข้อง สุ่ม อีกด้วย
วัสดุอุปกรณ์
วัสดุอุปกรณ์ในการถักไซที่แตกต่างไปจากงานจักสานชนิดอื่นคือ เชือกไนล่อนเบอร์ 12 ขนาด 1.5 มิลลิเมตร ที่ใช้สำหรับถัก สมัยโบราณที่ป่ายังอุดมสมบูรณ์การถักไซจะใช้เถาย่านางหรือหวาย แต่ปัจจุบันไม่มีใช้แล้วใช้เชือกไนล่อนแทน เชือกไนล่อน 1 กิโลกรัมจะถักไซได้ 40 ลูก
|
| ประวัติโดยย่อ/ช่วงเวลาที่สำคัญ |
การจักสานจากไม้ไผ่มีทำกันมาตั้งแต่สมัยปู่ ย่า ตา ยาย โดยอาศัยไม้ไผ่ที่ขึ้นอยู่ทั่วไปในป่าเมืองไทยซึ่งมีอยู่ประมาณ 100 ชนิด แต่ที่นิยมนำมาจักสานกัน ได้แก่ ไม้ไผ่ใหญ่ ที่คนนิยมนำมาปลูกไว้รอบ ๆ หมู่บ้าน เพื่อใช้หน่อเป็นอาหารและใช้ลำต้นมาดัดแปลงทำเครื่องใช้ต่าง ๆ ที่จำเป็นภายในครอบครัว เช่น ตะกร้า ชะลอม กระออม กระด้ง ตะแกรง กระเชอ ลอบ ไซ กระติบข้าว หวด หรือมวยนึ่งข้าว ครุ เป็นต้น เครื่องใช้ต่าง ๆ ที่กล่าวมา ข้างต้นในสมัยก่อนนิยมทำใช้กันเองภายในครอบครัว ตามความจำเป็นของแต่ละท้องถิ่นและ การจักสานแต่ละอย่างมีกรรมวิธีที่แตกต่างกัน ยากบ้างง่ายบ้าง ดังนั้นแต่ละคนจึงมีความถนัดในการทำไม่เหมือนกัน จึงได้เกิดมีการผลิตเพื่อแลกเปลี่ยนกันขึ้น พอมาช่วงหลัง ๆ ไม้ไผ่หายากขึ้น และคนมีงานอื่นทำที่มีรายได้ดีกว่าก็หันไปทำงานอย่างอื่นแทนจึงยังคงเหลืออยู่เพียงบางคนหรือบางกลุ่มเท่านั้นที่มีความถนัดทางจักสานเป็นพิเศษหันมายึดอาชีพทางการจักสานเป็นอาชีพหลัก บางคนก็ยึดเป็นอาชีพพรองจากการทำไร่ ทำนา โดยอาศัยทำในเวลาว่าง ตอนเย็นหรือกลางคืนที่กลับ จากไร่นาแล้ว เพื่อหารายได้มาจุนเจือครอบครัวอีกทางหนึ่ง |