| ลักษณะเด่นโดยสังเขป |
ลักษณะการทอเสื่อ กระกอบด้วยขั้นต่าง ๆ ดังนี้
การเตรียมวัสดุอุปกรณ์ที่จำเป็น ได้แก่
1. ต้นกกที่จะนำมาใช้ทอเสื่อ
2. มีดหรือเคียวใช้ตัดและเกี่ยวต้นกก
3. ฟืม ซึ่งมีทั้งฟืมรูและฟืมฟันปลา
4. กระดานสำหรับรองหนังทอเสื่อ
5. ไม้กรอบมีขนาดกว้างประมาณ 1.5 เมตร ยาวประมาณ 2.5 เมตร
6. สีย้อม
7. เชือกกระสอบ หรือปอแก้ว
|
| |
การเตรียมต้นกก
ต้นกกที่นิยมใช้ส่วนมากจะเป็นกกสามเหลี่ยม ช่วงการเก็บกกจะเก็บในระยะที่กกมีดอก ยังอ่อนอยู่ คือ ดอกจะมีสีขาวนวล ถ้ากกเริ่มแก่สีดอกจะเปลี่ยนไปเป็นสีชมพูและสีแดงตามลำดับ กกแก่จะถอนยาก ลำต้นแข็งกระด้างและกรอบถ้านำไปใช้จะได้เสื่อคุณภาพไม่ดี ฤดูเก็บกกประมาณเดือนตุลาคมหรือพฤศจิกายน ชาวบ้านมักจะใช้เวลาเสร็จจากการทำนาคือในช่วงเย็นไปถอนกกและนำไปซอยให้เป็นเส้นเล็ก ๆ ในตอนกลางคืน ผึ่งแดดให้แห้งมัดแขวนรวมกันไว้ในร่มเก็บไว้ทอเสื่อหลังจากเก็บเกี่ยวข้าวแล้ว ก็ตกในราวเดือนกุมภาพันธ์
การซอยกกก์คือการใช้เหล็กไนหรือเหล็กดแหลมกรีดเนื้อกกให้เป็นเส้นเล็ก ๆ ตามขนาดที่ต้องการ ส่วนใส่กกซึ่งอ่อนจะขุดทิ้งไป กกที่ซอยเส้นเล็กเมื่อนำไปทอจะทำให้เสื่อมีเนื้อละเอียด ผิวเรียบและแน่น ราคาจะแพงขึ้นกว่าเสื่อที่ทอด้วยเส้นกกที่ใหญ่
การย้อมสีกก ถ้าต้องการให้เสื่อมีลวดลาย สีสันสะดุตา ชาวบ้านจะย้อมเส้นกกเป็นสีเขียว เหลือง แดง และน้ำเงิน โดยใช้ย้อมไหม เริ่มย้อมทำได้โดยต้มน้ำในปีบให้เดือด แล้วใส่สีลงไปจะต้องการสีใดอ่อนแก่อย่างไรตามความต้องการของผู้ย้อม เมื่อเห็นว่าน้ำต้มมีสีตามต้องการแล้วจึงนำกกที่แห้งมาจุ่มน้ำให้เปียกเพื่อให้น้ำซึมไปทุกส่วนเสียก่อน แล้วจึงเอากกที่เปียกน้ำลงต้นในสีที่เดือด ประมาณ 10 นาที แล้วทิ้งไว้ให้เย็นให้เส้นกกชุ่มนี้สีจึงนำขึ้นผึ่งในร่มที่มีลมผ่านอย่าตากแดดเพราะสีจะซีด
|
| |
ขนาดของฟืมที่ใช้ทอเสื่อ
ฟืมที่ใช้ทอเสือแบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ ฟืมรูใช้กับที่นอน และฟืมฟันปลาใช้กับที่ตั้ง
ฟืมรูทำด้วยไม้แดงไม้ประดู ไม้เต็งหรือไม้รัง ขนาดใหญ่จะยาวประมาณ 2 เมตร กว้าง 25 เซนติเมตร หนา 3 - 5 เซนติเมตร เจาะรูปมากน้อยขึ้นอยู่กับความยาวของฟืม
ฟืมพันปลามีขนาดเดียว ยาวประมาณ 1.5 เมตร กว้าง 15 เซนติเมตร หนา 4 เซนติเมตร เซอะเป็นซี่ฟัน ฟืนกว้าง 5 เซนติเมตร สูง 10 เซนติเมตร ปลายซีโค้งมน ห่างกันประมาณ 1 เซนติเมตร ร่องระหว่างฟันฟืมเล็กแคบเป็นร่องลึก
|
| |
การทอเสื่อด้วยกี่นอนและฟืมรู
การเตรียมกี่และฟืม การทอเสื่อของชาวบ้านโดยทั่วไปผู้ทอมักจะเป็นผู้หญิง สถานที่ใช้ทอเสื่อกกได้แก่ ใต้ถุนบ้าน หรือใต้ร่มไม้บริเวณบ้าน เริ่มด้วยการนำไม้ไผ่มาตีเป็นกรอบสี่เหลี่ยมผืนผ้า กว้างประมาณ 2 - 3 เมตร ยาว 5 เมตร ด้านบนไม้กรอบกี่ทอนหน้าและท่อนหลังใช้ตะปูเล็กตอกติดเป็นระยะหร่างเท่ากับรูฟืม แล้วเอาเชือกปอแก้วผูกกับตะปูบนไม้กรอบด้านหน้าสอดผ่านรูฟืมไปรัดไว้กับตะปูไม้กรอบด้านหลังจะหมดรูฟืม (ถ้ากกเส้นสั้นจะรวบ 2 ข้างเข้าหากันให้พอดีเส้นกก) จะสอดเชือกเข้าด้านละ 3 - 5 เส้นที่ริมฟืมทั้ง 2 ข้าง เพื่อให้ขอบเสื่อทน
เส้นปอที่ดึงกะให้ตึงแต่พอดี ถ้าตึงมากไป (ชาวบ้านเรียกว่า "เคร่ง") เวลากระทบฟืมปอจะเปื้อยขาด ถ้าย่นไปเส้นกกจะไม่กระชับ ก่อนทอช่างทอจะสอดไม้ไผ่ท่อนใหญ่เรียกว่าไม้โป่งเป้ง หรืออีโปงเข้าใต้เส้นยืนห่างจากฟืมประมาณ 1.5 เมตร ยกเส้นทอสูงกว่าระดับพื้นเล็กน้อย และช่วยให้เส้นเชือกตึงได้ที่เป็นระยะ ๆ
|
| |
การทอ
เมื่อกางกี่และปรับเส้นยืนได้ที่แล้วจะมีคนทอช่วยกัน 2 คน คนหนึ่งทำหน้าที่กระทบฟืม อีกคนหนึ่งจะสอดเส้นกก เส้นกกที่นำมาเตรียมทอต้องพรมน้ำให้ชุ่มจะได้เหนียวและใช้ผ้าหรือกระสอบพันห่อเส้นกกดให้ชุ่มอยู่ได้นาน
เนื่องจากฟืมรูเจาะรูและเซาะร่องสลับหน้าหลัง คนกระทบคว่ำฟืมเส้นยืนอ้าขึ้น คนส่งจะพ้นปลายเส้นกกประกบกับไม้ชนักสอดเข้าไประหว่างเส้นยืนที่อ้าแล้วกระทบฟืม ต่อไปคนทอหงายฟืมสลับกันจะอ้าขึ้น คนส่งสอดเส้นกกทำเป็นเช่นนั้นเรื่อยไปจนได้เสื่อจากตามต้องการ การส่งออกจะต้องส่งโคนและปลายสลับกัน เพื่อให้สีและพื้นผิวของเสื่อเรียบสม่ำเสมอ คนทอเมื่อกระทบเส้นกกเข้าที่แล้วต้องเก็บริมเสื่อพร้อมกันไปด้วยเพื่อกันขอบรุ่ย ถ้าต้องการลวดลาย คนส่งกกจะเป็นผู้กำหนดว่าจะสอดเส้นกกกี่สี สีละกี่เส้น
|
| |
การตัดแต่ง
เมื่อได้เสื่อผืนยาวตามต้องการแล้วจะต้องขลิบปลายกกริมขอบเสื่อให้เรียบ ขอเสื่อจะส้นสวย ต่อไปตัดเชือกเส้นยืนทางปลายเสื่อที่ละคู่ให้เหลื่อปลายเชือกยาวประมาณ 10 เซนติเมตรแล้วผูกกระชันกับริมเสื่อจนหมดเส้นเชือก แล้วจึงตัดเส้นยืนด้านหัวเสื่อ (ด้านเริ่มทอ) ผูกปลายเชือกเช่นเดียวกันหรือจะถักเป็นเปียชนิดชิดริมเสื่อก็ได้ เมื่อเสร็จแล้วก็จะได้ยืนเสื่อนำไปตากแดดให้แห้งก่อนนำไปม้วนเก็บไว้ใช้หรือจำหน่ายต่อไป
|
| |
การทอเสื่อด้วยกี่ตั้งและฟืมฟันปลา
การเตรียมกี่และเส้นยืน กี่ตั้งมัดทำสำเร็จเป็นกรอบไว้เท่ากับขนาดความกว้างของฟืม
สูงประมาณ 2 เมตร กว้าง 1.5 เมตร ไม้กรอบสี่ด้านบนและล่างจะหมุนเลื่อนได้ เวลาขึงเส้นยืนจะกะให้ได้ความยาวเสื่อตามต้องการ ผูกปลายเชือกเส้นยืนกันไม้กรอบล่างและปลายมนติดไว้กรอบแบน ถอดไม้กรอบบนออกม้วนเชือกทางยืนจนเหลือพอตีกรอบ หมุนม้วนให้เส้นตึงสอดไม้กรอบบนเข้าที่ ตอกลิมปรับให้เส้นเชือกทางยืนตึงได้ที่
การทอเสื่อด้วยกี่ตั้ง ทำเพียงคนเดียว คนทอวางฟืมพาดตัก สอดเส้นกกสลับขึ้นลงกับเชื่อกทางยืนจากขวาไปซ้าย สอดฟืมให้เส้นยืนรับกับร่องฟันแลา และกระทบลง ถอดฟืมออกวางบนตักแล้วสอดเส้นกกสลับโคนกับปลายแล้วกระทบ คนทอเก็บริมเสื่อพร้อมไปด้วย เมื่อทอไปจนได้ผืนเสื่อสูงเกือบสุดช่วงแขนจะกระบทไม่สะดวก คนทอจะถอดไม้กรอบบนหมุนหย่อนเส้นยืน แล้วถอดไม้กรอบวางม้วนผืนเสื่อที่ทอแล้วสอดเก็บไว้ที่ไม้กรอบล่าง หมุนไม้กรอบบนให้เส้นยืดตึงสอดคืนเข้าที่ใส่ให้ฟืมแล้วทอต่อจนได้ผืนเสื่อยาวตามความต้องการ เสร็จแล้วตัดปลายเส้นยืน ผูกหรือถักเปียเหมือนทอเสื่อฟืมรู ตัดและแต่งขอบเสือ นำไปตากแดดให้แห้งแล้วม้วนเก็บ การทอเสื่อฟืมฟันปลามักไม่ใส่ลวดลายและทำได้ช้าเพราะทำคนเดียว ต้องเสียเวลาในการปรับฟืมและปรับเส้นยืน ส่วนการทอด้วยฟืมรูจะทำได้เร็วเพราะช่วยกัน 2 คน และไม่ต้องเสียเวลาในการปรับฟืมเส้นยืน
การทอเสื่อนับเป็นหัตถกรรมพื้นบ้านที่นิยมทำกันมาแต่โบราณและถ่ายทอดกันเรื่อยมาจน
ถึงปัจจุบัน แม้ว่าในปัจจุบันวัตถุที่สำคัญคือกกอาจจะหายากขึ้น เพราะเกษตรกรใช้พื้นที่ทำประโยชน์ในการทำนา เพราะพื้นที่มีน้อยลง แต่ก็ยังพอมีที่ริมหนอง บึง หรือคูคลองซึ่งมีกกขึ้นหนาแน่น ทอจะนำมาทอเพื่อหารายได้เสริมให้แก่ครอบครัว ถ้ามีการพัฒนารูปแบบการทอเสื่อให้มีความประณีตมีสีสันและคุณภาพเพื่อนำไปใช้สอยและเป็นของฝาก โดยทำให้เป็นหัตถกรรมของที่ละลึกที่มีคุณภาพและราคาสุงขึ้น ก็จะเป็นแนวทางหนึ่งที่จะส่งเสริมให้เกษตรกรหรือผู้ทอเสื่อลงทุนที่จะปลูกกกเพื่อเก็บไว้ใช้เพราะถ้าสามารถสร้างรายได้เป็นอาชีพหรือกึ่งอาชีพได้ก็จะช่วยสร้างอาชีพใหม่ให้แก่เกษตรกรเพื่อเสริมการทำนาอย่างเดียว
|
| ประวัติโดยย่อ/ช่วงเวลาที่สำคัญ |
- |